แนะนำสถานที่

539065_477127802298640_1862379676_n

สำหรับพุทธศาสนิกชน สามารถเข้าสักการะพระบรมสารีริกธาตุ ที่องค์พระเจดีย์ และเดินชมภายในบริเวณที่กำหนด ด้วยการสำรวมกาย วาจา ใจ นอบน้อมต่อสถานที่

ควรแต่งกายให้เรียบร้อย และประพฤติกิริยาให้เหมาะสม ไม่ส่งเสียงดัง
เปิดให้เข้าชมทุกวัน ตั้งแต่ ๘.๐๐ น. – ๑๗.๐๐ น.

539065_477127802298640_1862379676_n

สำหรับบริเวณสำหรับผู้ปฏิบัติธรรม ได้แก่ อาคารสัจปารมี กุฏิที่พัก เรือนไทย และหอฉัน ท่านที่ไม่ได้ลงทะเบียนล่วงหน้าเพื่อเข้าพัก ไม่ควรเข้าไปก่อนได้รับอนุญาติ เพราะจะเป็นการรบกวนผู้ปฏิบัติธรรม

ควรใช้สถานที่ให้เกื้อกูลต่อการปฏิบัติ ไม่สมควรใช้เป็นที่พัก หรือเป็นสถาที่ค้างแรมในการพักผ่อนท่องเที่ยว

_DSC1283
อุโบสถพระพุทธเจ้า ๕ พระองค์ กำลังอยู่ในระหว่างการก่อสร้าง สาธุชนไม่ควรเข้าไปในบริเวณใกล้เคียงเขตก่อสร้าง และเดินชมด้วยความมีสติระมัดระวัง

เขตสงฆ์ เป็นเขตปิดวาจา ประกอบด้วย ศาลาพระหยกเขียว เรือนอาคันตุกะ กุฏิสงฆ์ กุฏิวิเวกสำหรับผู้ปฏิบัติธรรม อนุญาติเฉพาะผู้ปฏิบัติธรรมให้เป็นพื้นที่วิเวกในการเจริญสติภาวนา

เจดีย์พระธาตุผาซ่อนแก้ว สิริราชย์ธรรมนฤมิต

เจดีย์พระธาตุผาซ่อนแก้ว สิริราชย์ธรรมนฤมิต

วัตถุประสงค์การสร้างเจดีย์ เพื่อถวายเป็นพระราชกุศล ในวโรกาสที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงครองราชย์ครบ ๖๐ ปี และเป็นที่สืบพระศาสนา ให้ดำรงอยู่คู่แผ่นดินไทย เพื่อประโยชน์แก่มนุษยชาติ และคนรุ่นหลังได้มีโอกาสเรียนรู้ต่อไป

บนยอดเจดีย์จะบรรจุพระบรมสารีริกธาตุ ซึ่งได้รับประทานมาจากสมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราชสกลมหาสังฆปริณายก และ บริเวณใต้ฐานพระเจดีย์จะใช้เป็นที่เก็บรวบรวมหลักธรรมคำสอน, ภาพปริศนาธรรม และเป็นที่เจริญสติภาวนา สำหรับพุทธศาสนิกชนทั่วไป

ทั้งนี้ได้ทำพิธีวางศิลาฤกษ์พระธาตุผาซ่อนแก้ว อ.เขาค้อ จ.เพชรบูรณ์ ในวันที่ ๑๓ พฤษภาคม ๒๕๔๙ เวลา ๑๓.๓๙ น. ซึ่งเป็นพิธีฤกษ์อุทธังราชา อันเป็นฤกษ์แห่งความสมบูรณ์มั่งคั่งของพระราชา โดยมีท่านเจ้าคณะจังหวัดเพชรบูรณ์มาเป็นประธานในพิธี

อุโบสถ พระุทธเจ้า ๕ พระองค์

มหาวิหาร พระพุทธเจ้า ๕ พระองค์

จุดประสงค์ในการสร้างนี้ เพื่อเป็นการร่วมน้อมถวายเป็นพระราชกุศล เนื่องในมหาวโรกาสเฉลิมฉลองพระชนม์มายุ ๘๕ พรรษา ขององค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ภูมิพลอดุลยเดชมหาราช ของปวงชนชาวไทย อีกทั้งเป็นการสืบสานพระพุทธศาสนาให้ดำรงคงอยู่คู่แผ่นดินไทยสืบต่อไป

จากรูปจำลองด้านบนนี้ ฐานมีขนาดความกว้าง ๔๑ เมตร ยาม ๗๒ เมตร และสูง ๔๕ เมตร แบ่งเป็น ๖ ชั้น โดยส่วนของชั้นที่ ๑ และ ๒ ได้จัดเป็นที่พักของผู้เข้าปฏิบัติธรรม ส่วนบริเวณอื่นๆนั้น ใช้เป็นที่ประกอบศาสนากิจ ได้แก่ การสวดมนต์ ฟังธรรม และการปฏิบัติภาวนา

sala_72

ศาลาพระหยกเขียว

ศาลาปฏิบัติธรรมรูปทรงจตุรัสโปร่ง รายรอบด้วยบานกระจกขนาดใหญ่ เพื่อให้สัมผัสกับธรรมชาติของขุนเขาเขียวชอุ่ม พร้อมทั้งมีสวนดอกไม้ ต้นไม้นานาพรรณโดยรอบ

 

psk

พระพุทธเลิศรัตนโชติมณี

พระรัตนโชติมณี หรือ “พระหยกเขียว” เป็นพระพุทธรูปหยกปางมารวิชัย ซึ่งเป็นศิลปะสมัยเชียงแสน มีขนาดหน้าตัก ๖๕ นิ้ว

ทั้งองค์พระถูกแกะสลักจากหยกเขียวทั้งก้อน ที่พระเศียรได้บรรจุพระบรมสารีริกธาตุ ซึ่งเป็น พระสารีริกธาตุที่รับเมตตาประทานจากสมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราชสกลมหาสังฆปริณายก

โดยทำพิธีอัญเชิญประดิษฐาน ณ ศาลาปฏิบัติธรรม ในวันที่ ๒๕ มิถุนายน ๒๕๔๘

16912a11

พระพุทธรัตนสัมฤทธิ์ผล

พระพุทธรัตนสัมฤทธิ์ผล หรือ “พระหยกขาว” เป็นพระพุทธรูปหยกปางขัดสมาธิเพชร สร้างตามรูปแบบศิลปะคันธาระ มีขนาดหน้าตัก ๓๙ นิ้ว พระเศียรขององค์พระ บรรจุพระบรมสารีริกธาตุ ที่ได้รับเมตตาประทานจากสมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราชสกลมหาสังฆปริณายก ได้ทำพิธีอัญเชิญประดิษฐาน ณ วัดพระธาตุผาซ่อนแก้ว ในวันที่ ๒๕ มิถุนายน ๒๕๔๘

tree_72

ลานโพธิ์

เป็นสถานที่อันเป็นมงคลอีกแห่งหนึ่ง ซึ่ง ณ จุดใจกลางบริเวณลานโดยรอบ จะมีต้นศรีมหาโพธิ์ปลูกไว้ โดยได้นำกล้าโพธิ์ขนาดความสูง ๓ นิ้วมาจาก พระครูธรรมศาสน์อุโมษ (พระครูในฎีกาธงไชยวัฒน์ อิสฺสรธมฺโม) วัดท่ากระชัย อ.นครชัยศรี จ.นครปฐม ซึ่งท่านนำมาจากบริเวณรอบเจดีย์พุทธคยา ประเทศอินเดีย และได้มีเมตตามอบผ่านมาทางศิษย์ เพื่อให้นำมาปลูกเป็นเครื่องยึดเหนี่ยวศรัทธา เพราะถือเป็นต้นไม้ที่ได้ให้ร่มเงาแด่พระพุทธองค์ และได้ทรงตรัสรู้ธรรมภายใต้ร่มโพธิ์

พระอาจารย์ยงยุทธ สุรยุทฺโธ อีกทั้งญาติธรรม ได้นำกล้าโพธิ์ดังกล่าว ลงปลูกบริเวณลานโพธิ์ในวันวิสาขบูชา ปี พ.ศ. ๒๕๔๗ พร้อมทั้งทำพิธีเวียนเทียนรอบต้นพระศรีมหาโพธิ์ ในวันสำคัญทางศาสนาต่างๆ มาโดยตลอด นอกจากนี้ผู้ปฏิบัติธรรมเป็นใช้เป็นสถานที่เดินจงกรม ในการเจริญสติอีกด้วย

phra_72

พระบรมสารีริกธาตุ

ได้รับเมตตาประทานมาจาก สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราชสกลมหาสังฆปริณายก เพื่อนำมาประดิษฐาน ณ วัดพระธาตุผาซ่อนแก้ว ให้พระสงฆ์และพุทธศาสนิกชนถวายการสักการะบูชาต่อไป

sivalee_72

ลานพระสีวลี

สถานที่ประดิษฐานพระพุทธรูป พุทธมหาสาวก “พระสีวลี”

ประวัติพระสีวลี

พระสีวลี เป็นโอรสของพระนางสุปปวาสา ราชธิดาแห่งโกลิยนคร ตั้งแต่ท่านจุติถือปฏิสนธิในครรภ์พระมารดา ได้ทำให้ลาภสักการะเกิดขึ้นแก่พระมารดาเป็นอันมาก (ท่านอาศัยอยู่ในครรภ์มารดานานถึง ๗ ปี ๗ เดือน ๗ วัน)

สีวลีกุมาร เป็นผู้มีใจน้อมไปในการบวช เมื่อพระชนม์ ๗ พรรษา ได้กราบทูลขออนุญาตจากพระบิดาพระมารดา แล้วเสด็จไปยังพระอาราม ตามคำชักชวนของพระสารีบุตรเถระ
พระสารีบุตรเถระรับภาระเป็นพระอุปัชฌาย์ ท่านได้สอนพระกรรมฐานเบื้องต้นแก่สีวลีกุมาร คือ ตจปัญจกกรรมฐาน (กรรมฐานที่ให้พิจารณาที่ตั้งทั้ง ๕ คือ เกสา (ผม) โลมา (ขน) นขา (เล็บ) ทันตา (ฟัน) ตโจ (หนัง) ว่าเป็นของไม่งามสกปรก ไม่ควรเข้าไปยึดติดหลงใหล สีวลีกุมาร ได้สดับพระกรรมฐานแล้วนำไปพิจารณา ในขณะที่กำลังจรดมีดโกน เพื่อโกนผมครั้งแรก ท่านได้บรรลุเป็นพระโสดาบัน จรดมีดโกนลงครั้งที่ ๒ ท่านได้บรรลุเป็นพระสกทาคามี จรดมีดโกนลงครั้งที่ ๓ ท่านได้บรรลุเป็นพระอนาคามี และเมื่อโกนผมเสร็จ ท่านได้บรรลุเป็นพระอรหันต์

เมื่ออุปสมบทแล้ว ด้วยอำนาจบุญบารมีที่สั่งสมมา ทำให้ท่านเป็นพุทธสาวกที่มีลาภสักการะมากมาย และลาภสักการะเหล่านั้นยังได้เผื่อแผ่ไปสู่พระสงฆ์สาวกท่านอื่นๆ ด้วย แม้พระบรมศาสดา เมื่อทรงพาหมู่ภิกษุสงฆ์เสด็จทางไกลกันดาร ถ้ามีพระสีวลีร่วมเดินทางไปด้วย ความขาดแคลนอาหารและที่พักอาศัยระหว่างทาง ก็จะไม่เกิดขึ้นแก่หมู่ภิกษุสงฆ์เลย

ด้วยเหตุนี้ พระพุทธองค์จึงทรงประกาศ ให้ปรากฏในหมู่พุทธบริษัท ตรัสยกย่องท่านในตำแหน่งเอตทัคคะ ผู้เป็นเลิศกว่าภิกษุทั้งหลายในทาง “ผู้มีลาภมาก”

u11

พระปิยพุทธบรมไตรโลกนาถ

พระพุทธเจ้าที่ทรงเป็นที่รักและที่พึ่งของสามโลก พระพุทธรูปปางยืนภาวนา ขนาดสูง ๗.๕ เมตร

150373_497018190309601_825913662_n

เสาพุทธชัยมงคล

เสาหินแกะสลักด้วยความปราณีตขนาดใหญ่ที่มีความแข็งแรงเป็นอย่างมาก โดยรอบทิศทั้ง ๔ ด้านนั้นได้ถ่ายทอดเรื่องราวที่พระพุทธองค์ทรงมีชัยชนะเหนือหมู่มารทั้งหลาย ซึ่งมีพระสมเด็จพุทธะชัยมงคลชนะมารทรงประทับอยู่ด้านบนสุด