
ศาลาปฏิบัติธรรม (ศาลาพระหยกเขียว)
เป็นศาลารูปทรงจตุรัสโปร่ง รายรอบด้วยบานกระจกขนาดใหญ่ เพื่อให้สัมผัสกับธรรมชาติของขุนเขาเขียวชอุ่ม พร้อมทั้งมีสวนดอกไม้ ต้นไม้นานาพรรณโดยรอบ
พระอาจารย์อำนาจ โอภาโส เป็นผู้ออกแบบก่อสร้าง และได้แรงศรัทธาของช่างชาวบ้านหมู่บ้านทางแดงเป็นผู้ก่อสร้าง ซึ่งผสมผสานงานปูน งานไม้ พร้อมศิลปะลวดลายไทยที่งดงาม ประดับทั้งภายนอกและภายในอย่างลงตัว
พระอาจารย์อำนาจ โอภาโส ดูแลการก่อสร้าง โดยใช้จินตนาการของท่าน แล้วบอกให้เหล่าช่างชาวบ้านดำเนินการตามที่ท่านบอกเป็นระยะๆ ใช้เวลาประมาณ ๑ ปี ศาลาปฏิบัติธรรมที่สง่างาม เรียบง่าย เต็มไปด้วยประโยชน์ใช้สอยอย่างสูงสุดก็แล้วเสร็จ

เจดีย์พระธาตุผาซ่อนแก้ว สิริราชย์ธรรมนฤมิต
วัตถุประสงค์การสร้างเจดีย์ เพื่อถวายเป็นพระราชกุศล ในวโรกาสที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงครองราชย์ครบ ๖๐ ปี และเป็นที่สืบพระศาสนา ให้ดำรงอยู่คู่แผ่นดินไทย เพื่อประโยชน์แก่มนุษยชาติ และคนรุ่นหลังได้มีโอกาสเรียนรู้ต่อไป
บนยอดเจดีย์จะบรรจุพระบรมสารีริกธาตุ ซึ่งได้รับประทานมาจากสมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราชสกลมหาสังฆปริณายก และ บริเวณใต้ฐานพระเจดีย์จะใช้เป็นที่เก็บรวบรวมหลักธรรมคำสอน, ภาพปริศนาธรรม และเป็นที่เจริญสติภาวนา สำหรับพุทธศาสนิกชนทั่วไป
ทั้งนี้ได้ทำพิธีวางศิลาฤกษ์พระธาตุผาซ่อนแก้ว ณ พุทธธรรมสถานผาซ่อนแก้ว อ.เขาค้อ จ.เพชรบูรณ์ ในวันที่ ๑๓ พฤษภาคม ๒๕๔๙ เวลา ๑๓.๓๙ น. ซึ่งเป็นพิธีฤกษ์อุทธังราชา อันเป็นฤกษ์แห่งความสมบูรณ์มั่งคั่งของพระราชา โดยมีท่านเจ้าคณะจังหวัดเพชรบูรณ์มาเป็นประธานในพิธี
> พระพุทธเลิศรัตนโชติมณี
พระรัตนโชติมณี หรือ "พระหยกเขียว" เป็นพระพุทธรูปหยกปางมารวิชัย ซึ่งเป็นศิลปะสมัยเชียงแสน มีขนาดหน้าตัก ๖๕ นิ้ว
ทั้งองค์พระถูกแกะสลักจากหยกเขียวทั้งก้อน ที่พระเศียรได้บรรจุพระบรมสารีริกธาตุ ซึ่งเป็น พระสารีริกธาตุที่รับเมตตาประทานจากสมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราชสกลมหาสังฆปริณายก
โดยทำพิธีอัญเชิญประดิษฐาน ณ ศาลาปฏิบัติธรรม พุทธธรรมสถานผาซ่อนแก้ว ในวันที่ ๒๕ มิถุนายน ๒๕๔๘
> พระพุทธรัตนสัมฤทธิ์ผล
พระพุทธรัตนสัมฤทธิ์ผล หรือ "พระหยกขาว" เป็นพระพุทธรูปหยกปางขัดสมาธิเพชร สร้างตามรูปแบบศิลปะคันธาระ มีขนาดหน้าตัก ๓๙ นิ้ว พระเศียรขององค์พระ บรรจุพระบรมสารีริกธาตุ ที่ได้รับเมตตาประทานจากสมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราชสกลมหาสังฆปริณายก ได้ทำพิธีอัญเชิญประดิษฐาน ณ พุทธธรรมสถานผาซ่อนแก้ว ในวันที่ ๒๕ มิถุนายน ๒๕๔๘

ลานโพธิ์
เป็นสถานที่อันเป็นมงคลอีกแห่งหนึ่ง ในพุทธธรรมสถานผาซ่อนแก้ว ซึ่ง ณ จุดใจกลางบริเวณลานโดยรอบ จะมีต้นศรีมหาโพธิ์ปลูกไว้ โดยได้นำกล้าโพธิ์ขนาดความสูง ๓ นิ้วมาจาก พระครูธรรมศาสน์อุโมษ (พระครูในฎีกาธงไชยวัฒน์ อิสฺสรธมฺโม) วัดท่ากระชัย อ.นครชัยศรี จ.นครปฐม ซึ่งท่านนำมาจากบริเวณรอบเจดีย์พุทธคยา ประเทศอินเดีย และได้มีเมตตามอบผ่านมาทางศิษย์ พระอาจารย์อำนาจ โอภาโส เพื่อให้นำมาปลูกเป็นเครื่องยึดเหนี่ยวศรัทธา เพราะถือเป็นต้นไม้ที่ได้ให้ร่มเงาแด่พระพุทธองค์ และได้ทรงตรัสรู้ธรรมภายใต้ร่มโพธิ์
พระอาจารย์อำนาจ โอภาโส พร้อมด้วย พระอาจารย์ยงยุทธ สุรยุทฺโธ อีกทั้งญาติธรรม ได้นำกล้าโพธิ์ดังกล่าว ลงปลูกบริเวณลานโพธิ์ในวันวิสาขบูชา ปี พ.ศ. ๒๕๔๗ พร้อมทั้งทำพิธีเวียนเทียนรอบต้นพระศรีมหาโพธิ์ ในวันสำคัญทางศาสนาต่างๆ มาโดยตลอด นอกจากนี้ผู้ปฏิบัติธรรมเป็นใช้เป็นสถานที่เดินจงกรม ในการเจริญสติอีกด้วย

พระบรมสารีริกธาตุ
ได้รับเมตตาประทานมาจาก สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราชสกลมหาสังฆปริณายก เพื่อนำมาประดิษฐาน ณ พุทธธรรมสถานผาซ่อนแก้ว ให้พระสงฆ์และพุทธศาสนิกชนถวายการสักการะบูชาต่อไป

ลานพระสีวลี
สถานที่ประดิษฐานพระพุทธรูป พุทธมหาสาวก "พระสีวลี"
ประวัติพระสีวลี
พระสีวลี เป็นโอรสของพระนางสุปปวาสา ราชธิดาแห่งโกลิยนคร ตั้งแต่ท่านจุติถือปฏิสนธิในครรภ์พระมารดา ได้ทำให้ลาภสักการะเกิดขึ้นแก่พระมารดาเป็นอันมาก (ท่านอาศัยอยู่ในครรภ์มารดานานถึง ๗ ปี ๗ เดือน ๗ วัน)
สีวลีกุมาร เป็นผู้มีใจน้อมไปในการบวช เมื่อพระชนม์ ๗ พรรษา ได้กราบทูลขออนุญาตจากพระบิดาพระมารดา แล้วเสด็จไปยังพระอาราม ตามคำชักชวนของพระสารีบุตรเถระ
พระสารีบุตรเถระรับภาระเป็นพระอุปัชฌาย์ ท่านได้สอนพระกรรมฐานเบื้องต้นแก่สีวลีกุมาร คือ ตจปัญจกกรรมฐาน (กรรมฐานที่ให้พิจารณาที่ตั้งทั้ง ๕ คือ เกสา (ผม) โลมา (ขน) นขา (เล็บ) ทันตา (ฟัน) ตโจ (หนัง) ว่าเป็นของไม่งามสกปรก ไม่ควรเข้าไปยึดติดหลงใหล สีวลีกุมาร ได้สดับพระกรรมฐานแล้วนำไปพิจารณา ในขณะที่กำลังจรดมีดโกน เพื่อโกนผมครั้งแรก ท่านได้บรรลุเป็นพระโสดาบัน จรดมีดโกนลงครั้งที่ ๒ ท่านได้บรรลุเป็นพระสกทาคามี จรดมีดโกนลงครั้งที่ ๓ ท่านได้บรรลุเป็นพระอนาคามี และเมื่อโกนผมเสร็จ ท่านได้บรรลุเป็นพระอรหันต์
เมื่ออุปสมบทแล้ว ด้วยอำนาจบุญบารมีที่สั่งสมมา ทำให้ท่านเป็นพุทธสาวกที่มีลาภสักการะมากมาย และลาภสักการะเหล่านั้นยังได้เผื่อแผ่ไปสู่พระสงฆ์สาวกท่านอื่นๆ ด้วย แม้พระบรมศาสดา เมื่อทรงพาหมู่ภิกษุสงฆ์เสด็จทางไกลกันดาร ถ้ามีพระสีวลีร่วมเดินทางไปด้วย ความขาดแคลนอาหารและที่พักอาศัยระหว่างทาง ก็จะไม่เกิดขึ้นแก่หมู่ภิกษุสงฆ์เลย
ด้วยเหตุนี้ พระพุทธองค์จึงทรงประกาศ ให้ปรากฏในหมู่พุทธบริษัท ตรัสยกย่องท่านในตำแหน่งเอตทัคคะ ผู้เป็นเลิศกว่าภิกษุทั้งหลายในทาง "ผู้มีลาภมาก"

พระปิยพุทธบรมไตรโลกนาถ
(พระพุทธเจ้าที่ทรงเป็นที่รักและที่พึ่งของสามโลก)
พระพุทธรูปปางยืนภาวนา ขนาดสูงประมาณ ๗.๕ เมตร





